ลบ แก้ไข

ลาวมีสวนยางพาราป่ายูคาลิปตัสกว่า 3.6 ล้านไร่ยังไม่ออกใบอนุญาตอีกเพียบ!!

ลาวมีสวนยางพาราป่ายูคาลิ

ทางการลาวได้เผยแพร่ตัวเลขล่าสุดเกี่ยวกับการลงทุนด้านเกษตรอุตสาหกรรมออกมาแล้วหลังจากรัฐบาลได้สั่งให้หยุดออกใบอนุญาตสัมปทานเนื้อที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ 2 ชนิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งได้แก่ยางพาราเพื่อผลิตยางธรรมชาติกับต้นยูคาลิปตัสสำหรับทำเยื่อกระดาษ โดยวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่อสภาพแวดล้อมโดยการศึกษาชี้ให้เห็นว่าอาจจะไม่เป็นดีต่อชุมชนและสังคมในระยะยาว
       
       จนถึงปัจจุบันมีโครงการลงทุนทำสวนยางกับปลูกป่ายูคาลิปตัสรวมกันกว่า 200 โครงการในทั่วประเทศ รวมมูลค่าการลงทุนแขนงนี้ 1,650 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 570,000 เฮกตาร์ หรือ 3,562,500 ไร่ ทั้งนี้เป็นตัวเลขของกระทรวงแผนการและการลงทุนที่ทำการเก็บข้อมูลละเอียดหลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้หยุดออกใบอนุญาตโครงการลงทุนใหม่เพื่อปลูกพืชทั้งสองชนิดเมื่อต้นปี 2556 สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงาน
       
       โครงการส่วนใหญ่ออกใบอนุญาตโดยทางการในระดับแขวง (จังหวัด) ในระดับรัฐบาลมีการออกใบอนุญาตลงทุนเพียง 35 โครงการเท่านั้น เป็นสวนยางพารา 27 โครงการ สวนป่ายูคาลิปตัสอีก 8 จำนวนที่เหลืออีก 177 โครงการออกใบอนุญาตโดยแขวงต่างๆ
       
       การสำรวจพบว่ายางพาราปลูกมากที่สุดในภาคเหนือโดยในแขวงเวียงจันทน์อันดับ 1 รองลงไปเป็นแขวงหลวงน้ำทากับอุดมไซ มีเนื้อที่สวนยางรวมกัน 269,112 เฮกตาร์ (1,681,950 ไร่) หรือกว่า 60% ของทั้งประเทศ รองลงไปเป็นภาคกลางในสะหวันนะเขต บอลิคำไซ คำม่วน รวมทั้งในเขตนครเวียงจันทน์ ส่วนภาคใต้ปลูกในจำปาสักสำนักข่าวของทางการรายงาน
       
       อย่างไรก็ตามสำนักข่าวของรัฐบาลไม่ได้กล่าวถึงโครงการสวนยางพาราขนาดใหญ่ของนักลงทุนจากเวียดนามในแขวงเซกองและอัตตะปือซึ่งครอบคลุมพื้นที่อีกหลายพันเฮกตาร์ และไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการสวนป่ายูคาลิปตัสซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเป็นพืชที่ทำให้ผืนดินเสื่อมโทรมได้เร็วที่สุดจนอาจจะไม่สามารถปลูกพืชชนิดอื่นได้อีกในช่วงหลายสิบปีข้างหน้า
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวทางการก่อนหน้านั้นพื้นที่สวนป่ายูคาลิปตัสมีมากที่สุดอยู่ในแขวงสะหวันนะเขตกับแขวงคำม่วน นักลงทุนรายใหญ่มีทั้งบริษัทญี่ปุ่น อินเดียและจีน ผู้ลงทุนปลูกไม้ยูคาลิปตัสใหญ่อันดับ 1 คือกลุ่มกระดาษโอจิจากญี่ปุ่นซึ่งมีสวนป่าเนื้อที่รวมกัน 50,000 เฮกตาร์ (312,500 ไร่) ในแขวงภาคกลางกับภาคใต้และกลุ่มบริษัทผลิตกระดาษจากอินเดีย ซึ่งมีเนื้อที่เท่ากัน ส่วนอันดับ 3 เป็นบริษัทดวงตะวัน (กลุ่มซันเปเปอร์) จากจีน 9,000 เฮกตาร์ (56,000 ไร่เศษ)
       
       สำนักข่าวของทางการกล่าวว่าการปลูกยางพาราดีกว่ายูคาลิปตัส เนื่องจากประชาชนมีงานทำและมีรายได้ตลอด แต่กระทรวงฯ กำลังศึกษาปัญหาเพิ่มเติมและได้งดออกใบอนุญาตทั้งหมดในปัจจุบัน
       
       หลายปีมานี้ทางการลาวยังอนุญาตโครงการสัมปทานปลูกอ้อยในพื้นที่อีกนับหมื่นเฮกตาร์เพื่อป้อนโรงงานน้ำตาลกับโรงงานเอธานอล อีกจำนวนหนึ่งเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันกับพืชที่ให้น้ำมันชนิดอื่นๆ ซึ่งรวมทั้งน้ำมันละหุ่งและสบู่ดำในความพยายามผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้เช่นกัน

ลาวมีสวนยางพาราป่ายูคาลิ



เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก manager.co.th
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor Bow
ชม 5,058 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ประเทศไทยได้ประกาศความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในการสำรองข้าวฉุกเฉินในกรณีของเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยพิบัติ โดยนายกรัฐมนตรีของไทยได้ประกาศความพร้อมครั้งนี้ในการประชุมพิเศษของอาเซียน+3...
    by dogTech
  • ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีของไทย ให้ความเห็นระหว่างการปาฐกถาพิเศษในงาน "ประชุมสุดยอดเออีซีบวก 3 ก้าวสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการเชื่อมโยงภูมิภาค" วานนี้ (3พ.ย.) ว่า ต้องการให้...
    by Editor
  • Mr Yeoh Keat Chuanกรรมการผู้จัดการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ (EDB) ของสิงคโปร์ กล่าวว่าสิงคโปร์ต้องขยายฐานการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเราต้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ผลิตโดยการวิจัยและพัฒนา (R & D),...
    by Spider Show
  • ข้อมูลล่าสุดจากสำนักสถิติอาเซียนแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนยังคงมีความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอนในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั่วโลกโดยผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ขยายตัวร้อยละ 4.6 ซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนใน...
    by dogTech

สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean