ลบ แก้ไข

พม่าชี้การเจรจาสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเทศ

         

 พม่าชี้การเจรจาสันติภาพ
       
        ความพยายามของพม่าที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงครั้งประวัติศาสตร์กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเทศ หัวหน้าผู้เจรจาของรัฐบาลพม่ากล่าววานนี้ (22) ในการเริ่มต้นเจรจาสันติภาพรอบใหม่
       
       รัฐบาลได้ดำเนินความพยายามจนยุติความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนชนกลุ่มน้อยของประเทศที่ดำเนินมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกหลังประเทศหลุดพ้นจากการปกครองของรัฐบาลทหารนานหลายทศวรรษ แต่การหารือก็ติดขัดจากความไม่ไว้วางใจและความตึงเครียดในหลายพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยเช่นกัน
       
       "ทุกคนต่างยอมรับว่ากระบวนการสันติภาพอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญมาก" อ่อง มิน อดีตนายพลแนวหน้าของความพยายามสร้างสันติภาพกล่าวในการเปิดการเจรจารอบใหม่ที่จะดำเนินไปอีกหลายวัน
       
       ผู้เจรจาหวังว่าการเจรจารอบใหม่จะขยับเข้าใกล้ข้อตกลงกับกลุ่มกบฎได้มากขึ้น หลังการเจรจาหลายรอบก่อนหน้านี้ได้ข้อตกลงเป็นส่วนใหญ่ของร่างข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ
       
       "ด้วยความพยายามจากทั้งสองฝ่าย เราต่างเห็นชอบร่วมกันในข้อเท็จจริงหลายประการ และมีความคืบหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์พม่า" อ่อง มิน กล่าว และว่ารัฐบาลพม่าเห็นชอบที่จะยอมรับแนวคิดระบบการปกครองแบบสมาพันธรัฐในกระบวนการสันติภาพ ที่เป็นข้อเรียกร้องสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย แต่กระบวนการต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้
       
       ความหลากหลายทางเชื้อชาติในพม่าทำให้พม่าต้องประสบกับสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในโลกจากความไม่สงบในพื้นที่พรมแดนที่อุดมด้วยทรัพยากรของประเทศซึ่งปะทุขึ้นหลังพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491
       
       รัฐบาลกึ่งพลเรือนที่เข้าบริหารประเทศในปี 2554 ได้ลงนามหยุดยิงกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ 14 กลุ่มจากทั้งหมด 16 กลุ่มหลัก แต่ข้อตกลงกับกองทัพกะฉิ่นอิสระ (KIA) และกองกำลังปลดปล่อยชาติปะหล่อง ในรัฐชาน ยังคงห่างไกล
       
       ประชาชนราว 100,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยที่เป็นผลจากการต่อสู้เป็นระยะๆ ระหว่าง KIA และกองกำลังของรัฐบาล ที่ปะทุขึ้นในเดือนมิ.ย.2554 ไม่นานหลังรัฐบาลใหม่เข้ามาแทนที่รัฐบาลทหาร
       
       และในการเจรจาครั้งล่าสุดนี้ กองทัพพม่าได้เข้าร่วมการเจรจาโดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเห็นชอบในข้อตกลงที่มีผลผูกพัน
       
       "ทหารเป็นผู้ที่ต้องการสันติภาพมากที่สุด เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาข้อผิดพลาดของแต่ละฝ่าย" พลโทมี้น โซ หัวหน้าทีมเจรจาของกองทัพทหารพม่า กล่าวในที่ประชุม
       
       ส่วนผู้เจรจาของฝ่ายกบฎที่ต้องการผลักดันให้เกิดการเจรจาทางการเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนกับการวางอาวุธ ได้เน้นย้ำความสำคัญของการบรรลุข้อตกลง
       
       "หากเรายังเป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่มีหวังสำหรับประเทศของเรา ประเทศจะแตกออกเป็นส่วนๆ ชะตากรรมของประชาชนขึ้นอยู่กับพวกเรา" นาย ฮัน ทา ผู้นำการเจรจากลุ่มชาติพันธุ์ กล่าว. 


ขอบคุณที่มา : 
manager.co.th
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 2,342 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean