ลบ แก้ไข

ภาษีกับธุรกิจโลจิสติกส์

     

 

       ธุรกิจโลจิสติกส์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีการคาดการณ์กันว่าจะมีแนวโน้มสดใสจากการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน เนื่องจากมีทิศทางว่าความต้องการบริการที่เกี่ยวข้อง กับโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้น

      โดยครอบคลุมถึงบริการขนส่งและบริการรับจัดการขนส่งสินค้าและบริการเกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น บริการคลังสินค้า จะเพิ่มมากขึ้นสืบเนื่องมาจากการคาดการณ์ว่าจะมีการขยายการค้าในภูมิภาคมากขึ้น มีการเข้ามาลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ก่อให้เกิดการค้าขายผ่านแดนหรือผ่านประเทศมากขึ้น ประกอบ กับรัฐบาลก็มีนโยบายเพิ่มเส้นทางการขนส่งภายในประเทศเพื่อสนับสนุนการขนส่งผ่านประเทศ รวมถึง การขยายท่าเรือของหลายๆ ประเทศในภูมิภาค เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่จะผ่านประเทศ

      ด้วยเหตุนี้การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นในเรื่องของการบริการโลจิสติกส์และมีแนวโน้มว่าจะมี ผู้ประกอบการด้านนี้เพิ่มมากขึ้นในตลาดเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่าในประเทศ ไทยจะมีการแข่งขันกันมาก เพราะจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการ ในไทยมากขึ้นเนื่องมาจาก การเปิดเสรีในธุรกิจภาคบริการที่ เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์

     ตั้งแต่ปี 2556 มีการอนุญาตให้นักลงทุนสัญชาติอาเซียนเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจไทยได้จากเดิมไม่ เกินร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70จากหลายๆ ความเห็น ประเด็นหนึ่งที่อาจทําให้ธุรกิจไทยไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบ ต่างชาติได้ก็เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็น SMEs ต่างคนต่างประกอบกิจการไม่มีเครือข่าย ในเรื่องบริการข้ามประเทศจากต้นทางไปจนถึงปลายทาง อันเป็นบริการที่ไม่ครบวงจร ซึ่งนอกจากจะทํา ให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรแล้วยังทําให้มีต้นทุนสูง

     อีกทั้งยังขาดความพร้อมในด้านของการนํา IT เข้ามาในการให้บริการ ซึ่งต่างจากผู้ประกอบการ โลจิสติกส์ต่างชาติที่มีเครือข่ายทั่วโลกสามารถบริหารจัดการในลักษณะรวมศูนย์โดยใช้ IT เข้าช่วยและ พร้อมให้บริการที่ครบวงจรมากกว่า

      อย่างไรก็ดีการใช้เครือข่ายของตนทั่วโลกในการประกอบกิจการทําให้มีประเด็นเรื่องของTransfer Pricing หรือราคาโอน เช่น การให้บริการจัดการขนส่งระหว่างประเทศ ผู้รับบริการจะต้อง ชําระค่าบริการสําหรับบริการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยการให้บริการจะกระทําโดยบริษัทในกลุ่ม เดียวกันตลอดสาย จึงต้องมีการจัดสรร รายได้ระหว่างบริษัทในกลุ่มที่มีส่วนในการให้บริการตั้งแต่ ประเทศต้นทางจนถึงประเทศปลายทาง

      ทั้งนี้การกําหนดราคาระหว่างกันจะต้องมีการจัดสันปันส่วนให้เหมาะสมกับหน้าที่งานที่กระทํา และความเสี่ยงที่ได้รับ ในส่วนของภาระภาษีของธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศ เนื่องจากธุรกิจโลจิสติกส์ ครอบคลุมถึงบริการขนส่ง บริการคลังสินค้า บริการรับจัดการขนส่งสินค้า บริการบรรจุภัณฑ์บริการรับ จัดการพิธีการศุลกากร ซึ่งมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่แตกต่างกัน ตามที่แสดงให้เห็นในกราฟฟิก

       ประเด็นภาษีที่เกิดขึ้นก็คือ หากกิจการประกอบกิจการครบวงจรจากต้นทางจนถึงปลายทาง รายได้ทั้งสิ้นอาจมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจํานวน แม้ว่าบางรายการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือเป็น อัตราศูนย์ก็ตาม เช่น บริการขนสินค้าภายในประเทศ รวมบริการคัดแยกและบรรจุภัณฑ์ให้ด้วยจะถือ เป็นบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ทั้งจํานวน แม้ว่าบริการขนสินค้าภายในประเทศใน ตัวของกิจการเองจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

      หรือกรณีรายได้จากการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลซึ่งได้สิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราศูนย์ขณะที่บริการรับจัดการขนส่งจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ซึ่ง ในทางปฏิบัติผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งมักจะไม่สะดวกที่จะแยกค่าบริการของตนออกมาจากค่าขนส่ง โดยจะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเป็นค่าบริการเพียงยอดเดียว ในกรณีดังกล่าวกรมสรรพากรถือว่าผู้ ให้บริการจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดเงินที่เรียกเก็บทั้งหมด

     เมื่อมีการเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยได้มากขึ้น หากผู้ประกอบการ ในไทยประสงค์จะหาคู่ค้าหรือเครือข่ายเพื่อร่วมลงทุนหรือเป็นพันธมิตรในธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพใน การ แข่งขันและสร้างความพร้อมในการให้บริการแบบครบวงจรแล้ว ในด้านภาษีเรื่อง Transfer Pricing มี ความสําคัญเป็นลําดับต้นๆ ที่ต้องมีการตกลงระหว่างผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรให้เหมาะสมรวมถึงทําความ เข้าใจประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่แตกต่างในประเภทของกิจกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของภาระภาษี
  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นสพ.โพสต์ทูเดย์
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 3,729 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean