ลบ แก้ไข

น่าห่วง...จุดอ่อน CLMV ตัวฉุด แผนรวมตลาดอาเซียน



     ปัจจุบัน "อาเซียน" เป็นเวทีเศรษฐกิจที่มีบทบาทโดดเด่นอย่างมาก รวมทั้งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะประเทศบนคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม หรือที่เรียกกันว่ากลุ่ม "CLMV" ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และจํานวนประชากรส่วนใหญ่ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวส่งผลให้มีแรงงานที่เพียงพอและการบริโภคสินค้าและบริการต่างๆเพิ่มสูงขึ้น 
 
     อย่างไรก็ตาม ใครจะทราบว่าเบื้องหลัง ของความพยายามเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะสร้างความกังวลใจต่อบางประเทศที่มีพัฒนาการเชื่องช้ากว่าประเทศอื่นๆ
 
     เมียนมาร์ บิสซิเนส ทูเดย์รายงานว่า เมียนมาร์จะมีความพร้อมในการเข้าเป็นส่วนหน่ึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีกําหนดการรวมกลุ่มช่วงปลายปีนี้อย่างเร็วสุดในปี 2561 
 
     นายอูวิน อ่อง ประธานสมาพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพเมียนมาร์ (UMFCCI) กล่าวว่า "พวกเรา ยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาล้ําหน้ากว่าในภูมิภาคนี้หากมีการเปิดการค้า อย่างเสรีและยกเลิกอุปสรรคทางการค้า ไป เส้นตายถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากธุรกิจท้องถิ่นของเรายังมีความสามารถใน การแข่งขันจํากัด ซึ่งเราคาดหวังว่าจะสามารถเตรียมพร้อมให้ดีเยี่ยมได้ในช่วงเวลาสามปี" 
 
     ประธาน UMFCCI มองว่า บริษัทท้องถิ่น จําเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่เออีซี
 
    นอกจากนี้เดอะ พนมเปญ โพสต์รายงานว่า นายซัน จันทร รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาเรียกร้องให้ภาคเอกชนเดินหน้าปฏิรูปธุรกิจของตน เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการรวมกลุ่มเป็นเออีซี
 
    ที่ผ่านมา บริษัทเอกชนแสดงความกังวลถึงความยากลําบากในการทําธุรกิจในกัมพูชา โดยต้องเผชิญกับความล่าช้าของระบบราชการและการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มปฏิรูปครั้งสําคัญเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ภาคเอกชนร้องเรียนมาและถึงเวลาแล้วที่ภาคเอกชนต้องพัฒนาอย่างจริงจัง
 
    "ภาคเอกชนจําเป็นต้องปฏิรูปตนเอง หากยังทําธุรกิจด้วยรูปแบบเดิม ๆ จะทําให้กัมพูชาล้าหลังเมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของเออีซีอย่างสมบูรณ์ดังนั้นภาคเอกชนเองจะต้องเปลี่ยนและปรับโครงสร้างในการทําธุรกิจให้ดีขึ้น" 
 
     นายซันยังกล่าวถึงกฎระเบียบของหอการค้ากัมพูชา เรื่องการจํากัดอายุของสมาชิกและบอร์ดบริหาร ให้ไม่ต่ํากว่า 30 ปีซึ่งถือเป็นกฎระเบียบที่มีความล้าหลังมาก และควรลดเกณฑ์เหลือ 20 หรือ 25 ปีเพราะมีผู้ประกอบการอายุน้อยจํานวนมากที่มีวิสัยทัศน์ 
 
     ส่วนที่เวียดนาม tuoi tre นิวส์รายงานว่า วิสาหกิจในเวียดนามกําลังเผชิญกับช่วงเวลา ความยากลําบาก โดยข้อมูลล่าสุดของกรมการบริหารจัดการการลงทะเบียนภาคธุรกิจ ภายใต้การดูแลของกระทรวงการวางแผนและการลงทุน ระบุถึงจํานวนของธุรกิจท้องถิ่นราว 16,000 บริษัท ที่ต้องหยุดการดําเนินงานในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้และเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียว มีบริษัทท้องถิ่นถึง 5,400 บริษัท ต้องปิดกิจการ
 
    ตามรายงานพบว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มีบริษัทที่ก่อตั้งใหม่ ราว 6,900 บริษัท ซึ่งมีทุนจดทะเบียนรวมกัน 45.82 ล้านล้าน ด่อง (ราว 2.15 พันล้านดอลลาร์) เงินทุนโดยเฉลี่ยต่อบริษัทใหม่อยู่ที่ราว 6.6 พันล้านด่อง ( 310 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 43.5% จากเดือนมกราคม
 
     ทางกรมการบริหารจัดการฯ เวียดนาม มองว่า ถึงแม้ว่าตัวเลขของผู้ประกอบการใหม่จะเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์แต่ในภาพรวมช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่ควรจะเป็น เพราะมีบริษัทล้มละลายมากขึ้น โดยมีบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ 13,766 บริษัท แต่อีกราว 16,000 บริษัท กลับอยู่ในขั้นตอนเลิกกิจการ หรือหยุดดําเนินงาน ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ที่ล้มเลิก กิจการไปจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจซ่อมแซมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 38.9%, การก่อสร้าง 16% และการผลิต 13.5%
 
     ส่วนสถานการณ์ใน สปป.ลาว วีโอเอ ภาษาลาว รายงานเรื่องแรงงานวัยหนุ่มสาวจํานวนมากที่กําลังเผชิญกับปัญหาเรื่องประสิทธิภาพของแรงงานในประเทศ ที่ต่ํากว่ามาตรฐานและไม่เป็นที่ยอมรับ
 
     โดย นายพงไชยสัก อินทะลาด หัวหน้ากรมคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป.ลาว เผยว่า ปัจจุบันจํานวนแรงงานไร้ฝีมือในประเทศมีจํานวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จํานวนนักศึกษาที่จบสายวิชาชีพขั้นสูงมีมากถึง 115,523 คนในปี 2557 แต่มีเพียง 17,300 คน หรือ 15% ของจํานวนทั้งหมด ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของบริษัทต่างชาติใน สปป.ลาว อีกทั้งค่านิยมในการเรียนด้านวิชาชีพใน สปป.ลาว ยังไม่เป็นที่นิยมมากเท่ากับการเรียนด้านการบริหารธุรกิจ รวมถึงระบบการศึกษาในประเทศที่ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน
 
        การพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาสําคัญของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพของฝีมือแรงงานให้เป็นที่ยอมรับ ภายใต้แผนการพัฒนาในปี 2554-2558 และคาดหวังว่าจะแล้วเสร็จทันเวลาเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปลายปีนี
 
       สังเกตได้ว่าแม้กลุ่ม CLMV จะพยายามเร่งพัฒนาประเทศให้เทียบเท่ากับประเทศอื่นที่พัฒนานําหน้าในภูมิภาคเดียวกัน แต่ด้วยความด้อยประสบการณ์จึงทําให้บางจุดอ่อนอาจเป็นตัวฉุดเป้าหมายในการรวมกลุ่มทั้ง 10 ประเทศได้น่าคิดว่าจุดบอดของทั้ง 4 ประเทศที่ยังก้าวช้ากว่าชาติอื่น จะกระทบต่อเป้าหมาย "ตลาดเดียว" หรือไม่ ปลายปีนี้คงได้ทราบกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นสพ.ประชาชาติธุรกิจ
 

 

Editor
ชม 2,253 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean