ลบ แก้ไข

ห่วงต่างชาติได้เปรียบควบรวมกิจการ

 

      นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ร่างแนวปฏิบัติการรวมธุรกิจตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.การ
แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ซึ่งจัดทําอยู่ในขณะนี้อาจเอื้อให้บริษัทต่างชาติได้เปรียบบริษัทไทยในการควบรวมธุรกิจหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
 
     ทั้งนี้ร่างกฎหมายประกอบ ดังกล่าวระบุให้บริษัทที่จะรวมกิจการ 2 บริษัท แล้วมีส่วนแบ่ง
การตลาดรวมกันเกิน 30% และมียอดขายหรือรายได้ในปีที่ผ่านมาเกิน 2,000 ล้านบาทขึ้นไปในตลาดสินค้าหรือบริการหนึ่ง ต้องยื่นขออนุญาตรวมธุรกิจผ่านคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก่อน ดังนั้น  หากบริษัทต่างชาติที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาคหรือของโลก ซึ่งยังไม่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดในไทยเลย ต้องการซื้อกิจการที่มีส่วนแบ่งการตลาด 29% ก็สามารถทําได้ทันที
 
    นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ผู้อํานวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัย
เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ร่างแนวปฏิบัติดังกล่าว มี 4 ประเด็นหลักที่ใช้พิจารณาได้แก่ 1. เกณฑ์การขออนุญาต 2. การพิจารณาขอบเขตของตลาดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ยื่นขออนุญาต 3.การพิจารณาผลกระทบต่อการแข่งขันหลังเกิดการรวมธุรกิจ 4. ความจําเป็นของการรวมธุรกิจและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้บริโภค
 
    ทั้งนี้ประเมินว่าเกณฑ์ให้บริษัทที่มียอดขายหรือรายได้ในตลาดสินค้านั้นเกินกว่า 2,000 ล้านบาท
จึงค่อยยื่นนั้น เปิดช่องมากเกินไป อาจทําให้มีบริษัทที่รวมกันแล้วเข้าเกณฑ์ดังกล่าวน้อยมาก ควร
พิจารณาเปลี่ยนเป็นยอดขายหรือรายได้ที่ต่ํากว่านั้น หรือให้เป็นรายได้ในทุกธุรกิจของบริษัทแทน
 
   ด้าน นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จะนําข้อเสนอจากการ
สัมมนารับฟังความคิดเห็นส่งต่อไปยังคณะกรรมการเพื่อพิจารณา จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งภายในเดือน พ.ค.นี้หากคณะกรรมการเห็นชอบสามารถนําร่างดังกล่าวประกาศใช้ได้ทันที
 
    ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องการป้องกันการรวมธุรกิจอันก่อให้เกิดการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่
เป็นธรรม โดยจะพยายามออกให้ได้ภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นสพ.โพสต์ทูเดย์
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 2,005 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean