เสน่ห์บนท้องถนน – อาชีพเก่าแก่ : สิ่งที่กำลังจะเลือนหายไปพร้อมความเจริญ

ย่างกุ้ง, ประเทศพม่า – นับเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่บรรดาคนหนุ่มสาวต้องมาเผยความในใจกันบนทางเท้าในเมืองต่างๆ ของพม่า เพราะต้องใช้บริการโทรศัพท์ข้างทางที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวอย่างไม่มีทางเลือก

 

ดอว์มิ้นมิ้นตาน เช่าเลขหมายโทรศัพท์สองสายในใจกลางเมืองย่างกุ้งเพื่อให้บริการ เธอได้ยินมาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงสะอื้นของสาวๆ ที่อกหัก หรือชายหนุ่มจับปลาสองมือ ที่วางหูจากสาวคนหนึ่งแล้วโทรหาอีกคนโดยใช้คำพูดหวานๆ แบบเดียวกับที่พูดกับสาวคนก่อน

 

“ฉันไม่เชื่อใจผู้ชายอีกแล้ว” มิ้นมิ้นตาน บอก เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก พลางกระดิกนิ้วเท้าที่ทาเล็บสีเงิน ในขณะที่ลูกค้าของเธอกำลังคุยโทรศัพท์ไม่หยุด

 

โต๊ะให้บริการโทรศัพท์ข้างถนน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแค่โต๊ะพับตัวหนึ่งสำหรับวางเครื่องโทรศัพท์บ้านสองสามเครื่อง มีให้เห็นเยอะมากในพม่า เมื่อรัฐบาลทหารชุดก่อนกำหนดราคาสำหรับครอบครองโทรศัพท์มือถือหลายพันดอลลาร์



 

แต่เมื่อพม่าได้เปิดประเทศต้อนรับโลกภายนอก ลูกค้าของโต๊ะให้บริการโทรศัพท์เหล่านี้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งโต๊ะให้บริการโทรศัพท์เป็นหนึ่งในบรรดาธุรกิจเก่าแก่ที่กำลังจะหายไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย คงไม่มีใครอยากใช้บริการโทรศัพท์ข้างทางอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้คุณสามารถซื้อโทีศัพท์มือถือได้ในราคาถูกและจะโทรที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ

 

อาชีพที่กำลังจะสูญหายมีมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีดที่นั่งอยู่นอกศาลและสำนักงานของรัฐกำลังถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์และอีเมล์ เครื่องโรเนียว และช่างทำตรายางด้วยมือก็กำลังถูกแทยที่ด้วยเครื่องปริ้นท์เลเซอร์ เครื่องสแกนเนอร์ และเครื่องถ่ายเอกสาร

 

ในแต่ละสังคม มีหลายอาชีพที่ต้องสูญหายไปเพราะการพัฒนา แต่สำหรับประเทศพม่า ซึ่งบรรดานายพลได้เปลี่ยนมาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเมื่อ 2 ปีที่แล้วทำให้มันเกิดขึ้นภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน ไม่ได้ใช่เวลาเป็นทศวรรษ

“ธุรกิจการพิมพืดีดกำลังแย่” ดอว์นวยซานดา อยู่ในร้านกลางแจ้งที่มีแต่เสียงพิมพ์ดีด “เรายังมีลูกค้าประจำอยู่ แต่วันหนึ่งคอมพิวเตอร์ก็จะมาแทนที่ทั้งหมดนี้”

 

ประเทศพม่าเวลานี้เหมือนอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสองทศวรรษ พนักงานที่อยู่ใก้ลกับนวยซานดาหยุดพิมพ์ดีดแล้วคว้าสมาร์ทโฟนออกมาเปิดเฟสบุ๊ค รถใหม่เงาวับเพิ่งขับผ่านหน้าร้านของเธอ ที่ตั้งอยู่หน้าอาคาร 5 ชั้นสมัยอาณานิคมที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอส อาคารถูกปล่อยให้ทรุดโทรม มีต้นไม้ใหญ่โผล่ออกมาจากรอยแตกหน้าอาคาร

 

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีระเบียบมากกว่า ชีวิตบนถนนในพม่าเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา
 


 

บนทางเท้าในย่างกุ้ง เราจะเห็นภาพของหัวไชเท้าหั่น ข้าวโพดปิ้ง มะพร้าวเฉาะ น้ำอ้อนคั้นจากต้นอ้อยสด พ่อค้าแม่ค้าขอบของกระจุกกระจิก ใกล้ๆ กันก็มีพ่อค้าขายถ้วยน้ำชา มีดที่ใช้แล้ว ของเล่นพลาสติกจากเมืองจีน ยาเบื่อหนู และรีโมททีวีมือสองกองพะเนิน

 

บนท้องถนนนั้นเสียงดัง แออัด และเต็มไปด้วยสีสัน แต่เสนห์เหล่านี้กำลังหายไป มันยิ่งกว่าหมดหวัง อูเซทู กล่าว เขาเป็นช่างทำตรายางในมุมเล็กๆ บนถนนสายหนึ่งในย่างกุ้งมากว่าสิบปี

 

“ไม่มีใครเลือกที่จะมาทำงานอยู่ข้างถนน” อูเซทู กล่าว เขามีเลี้ยงภรรยาและลูกด้วยรายได้ 200 ดอลลลาร์ต่อเดือน “ใครๆ ก็อยากทำงานในร่มมากกว่า”

 

เขาใช้เวลาเกือบ

ปีกว่าจะสามารถแกะสลักตรายางได้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งบริษัทห้างร้านใช้ติดต่อเรื่องใบอนุญาต แต่เขาบอกว่า ช่วงนี้หาลูกค้ายากขึ้น ร้านของเขาตั้งอยู่หน้ากำแพงที่เต็มไปด้วยตะไคร่เขียว ใกล้เจดีย์สุเหล่ เจดีย์สีทองใจกลางเมืองย่างกุ้ง

“อาชีพของผมกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง มันแค่พออยู่ได้มันก็ยากแล้ว”

 

ถัดไปอีกสองสามช่วงตึก เราก็พบกับอีกหนึ่งอาชีพที่ดูเหมือนว่ากำลังจะสูญหายไปแล้วเช่นกัน แผงขายน้ำเย็นที่ดับกระหายให้กับลูกค้าด้วยน้ำเย็นที่ละลายจากน้ำแข็งก้อนใหญ่ ไหลลงในเหยือก แม่ค้าแก่ๆ สองคนเรียกลูกค้าด้วยการเคาะแก้วสแตนเลส กิจการของพวกเขาถูกร้านสะดวกซื้อที่ขายน้ำขวด แย่งลูกค้าไป ซึ่งกำลังเปิดอยู่ทั่วประเทศ

 

ชีวิตในย่างกุ้งกำลังเคลื่อนย้ายเข้าไปในร่มมากขึ้น บรรดานักลงทุนได้ถมสุสานขนาดใหญ่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อก่อสร้างห้าง Junction Square ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

 

อาคารสำนักงานและโรงแรมที่กำลังก่อสร้างมีให้เห็นอยู่ทั่วเมือง ซุปเปอร์มาเก็ตติดแอร์มีอาหารแพงๆ อย่าง โรเกอร์ฟอร์ชีสจากฝรั่งเศสและแอปเปิ้ลจากอเมริกา รถหรูติดแอร์ที่เคยหายากตอนนี้ก็วิ่งอยู่ทั่วเมือง การซื้อรถยนต์ที่เคยเป็นเรื่องเกินเอื้อมนอกจากคนรวย เวลานี้รัฐบาลได้อนุญาตให้มีการนำเข้ารถยนต์ซึ่งกำลังหลั่งไหลเข้ามาในพม่า

 

ประชาชนชาวย่างกุ้งจำนวนมากใช้เวลาหลบแดดอันร้อนระอุอยู่บนท้องถนนที่เต็ทไปด้วยรถติด รถใหม่ถูกนำมาแทนที่รถเก่าที่ดัดแปลงมาจากสมัยสงครามโลกจากญี่ปุ่นโดยความชาญฉลาดของช่างที่เชื่อมอะไหล่เอง และใช้เข็มกับด้ายซ่อมท่อน้ำเครื่องยนต์ ทว่าช่างเหล่านั้นคงจะถึงกับงงงวยเมื่อเปิดดูใต้กระโปรงรถใหม่ เพราะทุกอย่างถูกควบคุมด้วยระบบไมโครโปรเวสเซอร์หมดแล้ว

 

“มันเป็นปัญหาใหญ่” อูซอว์เยวิน กล่าว เมื่อปีที่แล้วเขาได้ไปช่วยบริษัท Engine Doctor Engineering ที่อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องนยต์กลไกของรถสมัยใหม่ให้กับช่างเก่า เทคโนโลยียานยนต์ที่เร็วไปสี่ทศวรรษได้ถาโถมเข้ามาในประเทศเมื่อสิงปีที่แล้ว ช่างเครื่องในพม่าก็เหมือนกับคนที่หลับไป 20 ปีแล้วตื่นขึ้นมา และพยายามที่จะซ่อมคอมพิวเตอร์

 

อูซอว์เยวิน ได้รับการอบรมให้เป็นวิศวกรเครื่องกล และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี เขาใช้ชีวิตอยู่ในคุกในฐานะนักโทษการเมืองเป็นเวลา 12 ปี และได้รับการปล่อยตัวในปี 2011 เมื่ออยู่ในคุก เขาไม่เคยส่งอีเมล์ ไม่เคยใช้โทรศัพท์มือถือ หรือเปิดเว็บไซต์ กูเกิ้ลไม่ต้องพูดถึง แต่เขาก็สามารถปรับตัวไล่ตามได้อย่างรวดเร็ว “ช่างหลายคนไม่เคยใช้แล็บทอป เราต้องค่อยๆ อธิบายกันอย่างช้าๆ”

————–

จาก As Myanmar Modernizes, Old Trades Are Outpaced by New Competitors โดย THOMAS FULLER 19 พย 2556 The New York Time

โดย สิรินภา เลิศสุรวัฒน์
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556
พิมพ์หน้านี้