ลบ แก้ไข

เมืองอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซีย

     


      เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ถือได้ว่าเป็นหัวใจส าคัญทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมากเป็นอันดับสองรองจากจาการ์ต้า มีประชากรในปี 2556 เท่ากับ 45 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในอินโดนีเซีย เมืองหลวงคือ "บันดุง (BANDUNG)"ตัวเมืองบันดุงมีอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายอุตสาหกรรม แต่ที่น่าสนใจก็คือ อุตสาหกรรมเสื้อผ้า 
เพราะทั่วทั้งเมืองจะเห็นร้านค้าต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นร้านขายเสื้อผ้า หากเราไปดูประวัติของการพัฒนาอุตสาหกรรม
สิ่งทอและเสื้อผ้าของเมืองบันดุงนั้น ได้เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 1970 โดยมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้าไป
ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ า เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอินโดนีเซียและเพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น ตลอดช่วง 10 ปีแรกของการพัฒนานั้น มูลค่าการผลิตไม่ได้ขยายตัวมากนักเป็นเพราะยังขาดเทคโนโลยีในการพัฒนา  แต่หลังจากปี 1980 เป็นต้นมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้ความส าคัญกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเสื้อผ้า จึงเริ่มเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจหลายประเภท เห็นได้จากการที่นักลงทุนจากเกาหลีใต้และไต้หวันเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าของอินโดนีเซียและเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในบันดุงและอินโดนีเซีย เพราะมีการน าเทคนิคใหม่และเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการผลิตเสื้อผ้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งระบบ ช่วงนี้จึงมีอัตราการขยายตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1997 แต่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซียก็เข้าสู่ยุคตกต่อมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอาเซียนในปี 1997 เพราะขาดเงินทุนในการพัฒนา สถาบันการเงินไม่สามารถปล่อยเงินทุนในกับบริษัทเสื้อผ้า ก่อนหน้านี้บริษัทเสื้อผ้าสามารถกู้ได้อย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากวิกฤติปี 1997 บริษัทเหล่านี้กู้ได้เพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หลังจากปี 2003 เป็นต้นมาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าได้ถูกรัฐบาลปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งปัจจุบัน


         ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเสื้อผ้าในเมืองบันดุงมีจ านวนมากกว่า 10,000 ร้าน ส่วนใหญ่มีขนาดธุรกิจเป็น SMES หากเราไปเดินตามท้องตลาดในตัวเมืองก็จะพบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่เป็น "ร้านขายเสื้อผ้า" เสื้อผ้าที่ผลิตร้อยละ 95 ส่งไปยังตลาดเสื้อผ้า 'TAHAH ABANG' ซึ่งเป็นตลาดเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียและใหญ่ที่สุดในอาเซียน ตลาดแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงจาการ์ต้า มีร้านค้าเป็นหลักหมื่นก็ว่าได้กลับมาที่เมือง
บันดุง ได้มีโอกาสไปคุยกับเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ชื่อว่า "C59" ก็พบว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซียเน้นแรงงานเป็นหลัก วัตถุดิบส่วนใหญ่น าเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ด้วยจำนวนประชากรที่มาก รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ให้เกิดการจ้างงาน ฉะนั้นในโรงงานเสื้อผ้าเกือบทั้งหมด เป็นยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย หากเทียบกับโรงงานผลิตเสื้อผ้าของไทย ที่มีกระบวนการผลิตด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสในการทำธุรกิจของคนไทย ที่เข้ามาร่วมกับ
นักกลงทุนในท้องถิ่นเพื่อเติมเต็มด้านเทคโนโลยีด้วยความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเสื้อผ้าท าให้บันดุงที่มีประชากรวัยทำงานประมาณ1,064,176 คน อยู่ในภาคการค้ามากที่สุด ประมาณ 377,626 คน คิดเป็นร้อยละ 35.49 ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมด รองลงมาอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 261,794 คน คิดเป็นร้อยละ 24.60 ภาคบริการ
ประมาณ 210,078 คน คิดเป็นร้อยละ 19.74 ภาคการเงินประมาณ 204,109 คน คิดเป็นร้อยละ 19.18 และภาคเกษตรกรรมประมาณ 10,540 คน คิดเป็นร้อยละ 0.99 ทั้งนี้ ประชากรในวัยท างานร้อยละ 64.98 เป็นประชากรเพศชาย และร้อยละ 35.02 เป็น เพศหญิง อัตราค่าจ้างขั้นต่ าต่อปีในเมืองบันดุง ได้เพิ่ม
ขึ้นในทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2556 มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ า 1,538,703 รูเปี๊ยต่อปี (จาการ์ต้าค่าจ้างอยู่ที่ 4,400,000 รูเปี๊ย) สินค้าส่งออกที่ส าคัญของเมืองบันดุง ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในปี พ.ศ. 2555 เมืองบันดุงมีการส่งออกสิ่งทอมากที่สุด เป็นมูลค่า 282,915,845.07 ดอลลาร์ ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดในปี พ.ศ. 2555 เป็นมูลค่า 669,215,754.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ที่มีมูลค่า 653,590,705.66 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 2.39 แม้ว่าเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวหนึ่งของเมืองบันดุง จะขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าก็ตาม
 แต่จุดอ่อนของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของเมืองบันดุงก็คือ การเป็นธุรกิจ "SMES" ที่ยังขาดการ


           พัฒนาเทคโนโลยีในการผลิต (เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของไทย) ได้สอบถามนักธุรกิจเสื้อผ้าของบันดุงว่า หากนักธุรกิจไทยต้องการร่วมทุนด้วยโดยการน าเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเข้ามาเติมเต็ม
ธุรกิจของไทยเพื่อการตอบรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น นักธุรกิจของบันดุง "ไม่สนใจสักเท่าไร" และที่ส าคัญคือรัฐบาลอินโดนีเซียต้องการวางต าแหน่งอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่เป็นอุตสาหกรรมที่ "เน้นแรงงานเป็นหลัก (LABOR INTENSIVE)" เพราะด้วยประชาชนของอินโดนีเซียที่มีอยู่มาก การนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาสู่กระบวนการผลิต ก็เท่ากับว่าต้องลดจ านวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมลง ปัญหาที่ตามมาก็คือ "คนอินโดนีเซียว่างงาน" รัฐบาลอินโดนีเซียก็คงอยู่บริหารประเทศลำบากเพิ่มขึ้น แต่การเติมเต็มด้านการออกแบบที่ตอบสนองตลาดโลกนั้น นักธุรกิจบันดุงยังสนใจ


ขอบคุณที่มา :  ผศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(กรุงเทพธุรกิจ)
 

เกี่ยวกับประเทศ

 

Editor
ชม 6,020 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean