กูรูธุรกิจชี้อาเซียนศักยภาพสูงขึ้นซัพพลายเชนโลกน่าลงทุน

 
          ในงาน "อาเซียน บิสซิเนส ฟอรัม 2014" จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) วันแรกวานนี้ (13 พ.ย.) ซึ่งมีนักธุรกิจชั้นนําทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานแสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตและศักยภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปีหน้า

          นายสแตนลีย์คัง ประธานหอการค้าต่างประเทศและสมาคมการค้าระหว่างไทยไต้หวัน กล่าวถึงอาเซียนว่าได้เรียนรู้จากสภาพยุโรป (อียู) แม้มีเป้าหมายเดียวกันในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ แต่แตกต่างเรื่องแนวคิด ที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ภูมิภาคนี้ขึ้นมาเป็นซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่การผลิตระดับโลก

           นอกจากนี้ยังระบุว่า ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางและมีศักยภาพมากพอ ที่จะเป็นที่ตั้งสํานักงานใหญ่ของบริษัทไต้หวัน แต่ไทยต้องประสานความร่วมมือกับเพื่อนบ้านด้วย เพราะต่างชาติมองไทยช่วยเปิดทางสู่การลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีหรอื กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามได้

           ในอาเซียนโดยเฉพาะไทย เราเข้ามาในอาเซียนเพราะมีห่วงโซ่อุปทานฐานการผลิตยานยนต์แข็งแกร่ง เป็นตลาดใหญ่แข่งขันได้จึงมั่นใจเข้ามาลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าเราเตรียมอีก 5 ปีข้างหน้าไม่ได้ลงทุนเพิ่มในจีน แต่มองหาแหล่งลงทุนน่าสนใจในไทย หรือถูกกว่าอินโดนีเซียและเวียดนาม
 
           นายวิกรม กรมดิษฐ์ประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) เห็นสอดคล้องกับนายคังที่ว่าอาเซียนมีประชากรมากแต่มูลค่าทางเศรษฐกิจมีเพียง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์จีดีพีขยายตัว 5% ต่อปีถ้าเทียบอาเซียนกับอียูที่มีประชากรน้อยกว่าแต่มีมูลค่าเศรษฐกิจมาก 17 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าอาเซียน 7-8 เท่า และอาเซียนเทียบสหรัฐซึ่งมีประชากรครึ่งหนึ่ง แต่ขนาดเศรษฐกิจกลับมากกว่าอาเซียนถึง 7 เท่า ด้านนายกัวฮุย ซง รองประธานบริหารอาวุโสของธนาคารไอซีบีซีในไทย เห็นว่าอาเซียนมีศักยภาพทําให้ธนาคารไอซีบีซีเข้ามาตั้งสํานักงานอยู่ใน 8 ประเทศอาเซียนยกเว้นบรูไนกับฟิลิปปินส์และเห็นว่าอาเซียนเป็นทางเลือกที่ดีมากสําหรับนักลงทุนจากยุโรป สหรัฐ และชาติอื่นๆ

            ส่วนนายธีรนันท์ศรีหงส์กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า อาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก อย่างไต้หวัน เกาหลีใต้และจีน นําเงินลงทุนโดยตรงมาก มีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของเงินลงทุนโดยตรง ที่ไหลเข้าอาเซียนทั้งหมดกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

            อาเซียนยังมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มาก ทําให้นักลงทุนมองหาทรัพยากรที่มีอยู่มาป้อนโรงงานเพื่อการผลิต อีกทั้งค่าแรงกับแรงงานในภูมิภาคเป็นคนรุ่นใหม่มีศักยภาพ บวกสถานที่เหมาะกับการเป็นยุทธศาสตร์การลงทุน แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานบางประเทศยังต้องปรับปรุง

ขอขอบคุณที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
โดย Editor
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557
พิมพ์หน้านี้