จะฉกฉวยประโยชน์จากเออีซีได้อย่างไร
     จะฉกฉวยประโยชน์จากเออีซี

     "ปีหน้ามองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เพราะมีความหวังเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมาช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอีกทางหนึ่ง" มุมมองของนายบัณฑูร ล่ําซําประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยผลักดันให้จีดีพีปีหน้าเติบโตเฉลี่ย 4% นอกเหนือจากการลงทุนของภาครัฐในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

      เป็นที่แน่นอนว่าสิ้นปี 2558 จะถึงวาระที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เสาหลักเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ และทั้ง 10 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ลาว เวียดนาม มาเลเซียสิงคโปร์อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์กัมพูชา และบรูไน จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวคล้ายกลุ่มยูโร และมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน กล่าวคือ สามารถทําการค้าและการลงทุน นําเข้าและส่งออกระหว่างกันได้อย่างเสรียกเว้นเพียงสินค้าบางรายการที่อ่อนไหวเท่านั้น

      โดยสรุปลงทุนประเทศไหนก็สามารถส่งออกไปได้อีก 9 ประเทศสมาชิกได้โดยเสรีผลประโยชน์ที่ได้นอกเหนือจากสิทธิทางภาษีมาตรการกีดกันทางการค้าแล้ว ต้นทุนการผลิตและขนาดของตลาดยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่นักลงทุนต่างๆให้ความสนใจ แต่ยังไงก็ขาดปัจจัยในเรื่องของศักยภาพความพร้อมของประเทศที่จะดึงดูดใจนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ

     ทั้งนี้จากผลสํารวจซีอีโอในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประจําปี 2557 ของ PwC ประเทศไทย ที่ได้เก็บข้อมูลจากซีอีโอและผู้นําในอุตสาหกรรมชั้นนําจํานวน 635 ราย ใน 39 ประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน- สิงหาคม 2557 พบว่า มีซีอีโอถึง67% จากกว่า 600 รายที่มีแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

 
     ที่น่าสนใจผลสํารวจยังระบุด้วยว่า ไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ในตลาดที่น่าลงทุน 10 อันดับแรกของภูมิภาค (43%) โดยอยู่ในอันดับเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย (43%) และตลาดที่พัฒนาแล้วอย่าง ญี่ปุ่น (43%) โดยประเทศที่นักลงทุนสนใจขยายการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ จีน (72%) สหรัฐอเมริกา(61%)อินโดนีเซีย (57%) ฮ่องกง (51%) สิงคโปร์ (50%) ฟิลิปปินส์ (47%) และเวียดนาม (45%) 

    ส่วนเหตุผลที่อันดับความน่าสนใจของประเทศไทยตกเป็นรองประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างตามลําดับอินโดฯ สิงคโปร์ฟิลิปปินส์เวียดนาม เป็นเพราะการสํารวจอยู่ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองแต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานและบรรยากาศการลงทุนในบ้านเราในภาพรวมยังดีอยู่ จึงทําให้สามารถติดอันดับ 1 ใน 10 ได้ดังนั้นหากทุกภาคส่วน รวมทั้งรัฐบาล ร่วมมือร่วมใจยุติปัญหาความขัดแย้งแล้วเร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศก็จะช่วยขยับอันดับความน่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติได้ดีขึ้น


ขอขอบข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ
โดย Editor
วันที่ 3 ธันวาคม 2557
พิมพ์หน้านี้